ลืมรหัสผ่าน
 
 
 
 
 
กองกำลังเทพสตรีร่วมกับศุลกากรภาค4จับกุมหินแกรนิตและหินอ่อนเถื่อนลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ(ดู: 14)
คณะรักษาความสบแห่งชาติตรวจเยี่ยมการทำงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา(ดู: 30)
ม.อ. จัดยิ่งใหญ่งานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 22 เข็นผลงานนิทรรศการและจัดแสดงนวัตกรรมด้านการเกษตรสมัยใหม่ (ดู: 28)
 
 

ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 25/07/57
สถิติผู้เข้าชมเว็บตั้งแต่ 02/02/52
 2 
ท้องถิ่น: ทม.ทุ่งตำเสา
กฤษฎีกาชี้นายก อบต. โดนสอยหลังรับตำแหน่ง คำสั่งศาลไม่มีผลย้อนหลัง

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดชี้แจงแนวทางปฏิบัติ  กรณีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลถูกพิพากษาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง 
ภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ได้รับรองผลไปแล้ว  เพราะที่ผ่านมาทั้งจังหวัดและส่วนกลางมักมีแนวทางปฏิบัติและความเห็นที่ไม่ตรงกัน

                 กรณีนี้เนื่องจากการที่คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1ได้ให้ความเห็นในการพิจารณาข้อหารือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติกรณีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลถูกศาลพิพากษาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารร้องถิ่น  ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้วเห็นว่า  ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ  รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะนำไปใช้ประกอบการพิจารณาวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่  โดยมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเมื่อวันที่  28 มกราคมที่ผ่านมา

                 ก่อนหน้านี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทำหนังสือหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อกรณีที่นายพสิษฐ์  ปั้นแปลกได้รับเลือกตั้งเป็นนายองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกร  อำเภอเมืองนครสวรรค์  ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่  31 กรกฎาคม 2548  ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2548 ต่อมาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2550  ศาลแขวงนครสวรรค์ได้มีคำพิพากษาว่า  นายพสิษฐ์ฯ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกร  ได้กระทำความผิดตามมาตรา 61 และมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545  และพิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 4,000 บาท โดยจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2  ปี ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีประเด็นที่เห็นไม่ตรงกับจังหวัดนครสวรรค์ 3 ประเด็น คือ  1.กรณีนายอำเภอดำเนินการสอบสวนและวินิฉัยให้นายพสิษฐ์ฯ  ซึ่งถูกศาลพิพากษาว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกร  จะมีผลเมื่อใด  2.กรณีนี้นายพสิษฐ์ จะได้รับประโยชน์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 หรือไม่  และ 3 .นายพสิษฐ์ฯ  มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนขณะที่ดำรงตำแหน่งหรือไม่

   คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 ได้พิจารณาข้อหารือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  โดยมีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย  โดยกรมส่งเสริมการปกครองทิ้งถิ่น เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้วมีความเห็นว่า เมื่อ นายพสิษ
                  ได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกร  เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2548 และต่อมาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2550 ศาลแขวงนครสวรรค์ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่านายพสิษฐ์ มีความผิดพลาดตามมาตรา 61 และ มาตรา 121   แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 ย่อมเป็นผลให้นายพสิษฐ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกรเพราะเหตุตกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตามมาตรา 62 (4) แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ประกอบกับมาตรา 58/1 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และมาตรา 45(6)  แห่งพระราชบัญญัติ  การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 โดยมีผลในวันที่ 16 สิงหาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

      ประเด็นที่สอง เห็นว่า พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งวันที่ 5 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไป  เมื่อนายพสิษฐ์ พ้นจากตำแหน่งโดยผลขอบกฎหมายตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาคือวันที่ 16 สิงหาคม 2551 ก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้างมลทินฯ มีผลใช้บังคับ จึงมิได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้แต่อย่างใด  สำหรับประเด็นที่สาม เห็นว่า ในระยะเวลาตั้งแต่ความเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกรของนายพสิษฐ์ สิ้นสุดลงตามคำพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์  จนถึงวันที่นายอำเภอเมืองนครสรรค์สั่งให้พ้นจากตำแหน่งนั้น  เป็นช่วงระยะเวลาก่อนการออกจากตำแหน่งของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกรของนายพสิษฐ์ดังนั้น เมื่อพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มิได้กำหนดเรื่องการออกจากตำแหน่งภายหลังจากพ้นตำแหน่งจะเกิดอย่างไร  จึงต้องอาศัยบทกฎหมายที่ใกล้เคียงมาอนุโลมใช้

      ซึ่งตามมาตร 19  แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ได้กำหนดรองรับบรรดาการกระทำของเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่งว่า การพ้นจากตำแหน่งเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ และมาตรา 92 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดไว้ว่า การออกจากตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกสภาภายหลังวันที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ย่อมไม่กระทบกระเทือนกิจการที่สมาชิกผู้นั้นได้กระทำไปในหน้าที่สมาชิกรวมทั้งการได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นก่อนที่สมาชิกผู้นั้นออกจากตำแหน่ง ดำนั้น แม้ง่านายพสิษฐ์  จะพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกรียงไกรไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อในระหว่างนั้นนายพสิษฐ์  ยังคงปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาโดยตลอด  การปฏิบัติหน้าที่นั้นจึงไม่ถูกกระทบกระเทือนและมีผลใช้ได้  และการที่นายพสิษฐ์ฯ ได้รับค่าตอบแทนและค่าป่วยการอื่นๆ อันเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่   จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการรับไปโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย  ทางราชการจึงไม่อาจเรียกเงินเดือนเงินค่าตอบแทน  และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ได้จ่ายไปแล้วคืนได้  

                  นอกจากนี้ถ้าปรากฏหลังจากเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งเช่นว่านี้ไม่กระทบกระทบกระเทือนถึงกรณีที่ผู้นั้นได้ปฎิบัติไปตามอำนาจหน้าที่และ มาตรา 92 การออกจากตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรหรือสมาชิกวุฒิสภาภายหลังวันที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง หรือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง  ย่อมไม่กระทบกระเทือนกิจการที่สมาชิกผู้นั้นได้กระทำไปในหน้าที่สมาชิกรวมทั้งการได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นก่อนที่สมาชิกผู้นั้นออกจากตำแหน่ง หรือก่อนที่ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี เว้นแต่ในกรณีที่ออกจากตำแหน่งเพราะเหตุที่ผู้นั้นได้รับเลือกตั้งหรือสรรหามาหามาโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒสภา  ให้คืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ผู้นั้นได้รับมาเนื่องจากตำแหน่งดังกล่าว

ที่มา : อปท.นิวส์

โดย: ทม.ทุ่งตำเสา
ประจำกุมภาพันธ์ 2552

ข่าวล่าสุดภายในอปท.
  • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง: ประชาสัมพันธ์กำหนดตรวจงานจ้างโครงการก่อสร้างถนน คสล.สายหน้าปอเน๊าะ (ดู:19)(วันที่:30 ก.ค. 2557)
  • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง: ประกาศสอบราคาโครงการจัดสร้างลานและอาคารสำหรับคัดแยกขยะ (ดู:23)(วันที่:30 ก.ค. 2557)
  • ข่าวประชาสัมพันธ์: เทศบาลตำบลปาดัง (ดู:79)(วันที่:30 ก.ค. 2557)
  • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง: ประกาศสอบราคาจ้าง (ดู:29)(วันที่:30 ก.ค. 2557)
  • ข่าวประชาสัมพันธ์: โครงการ ร่วมสร้างความสุข โลกสดใส สำหรับผู้สูงวัย (ดู:26)(วันที่:30 ก.ค. 2557)
  • ดูข่าวทั้งหมด
       

     

    เลขที่ 1 หมู่ที่ 2 ถ.หาดใหญ่ - ปัตตานี ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา 90130
    โทรศัพท์ 074-207101-4 โทรสาร 074-207100 ต่อ 26 E-mail:info@chanacity.go.th
    ©Copyright 2006. Chanacity.go.th All rights reserved. Modify 2008. Powered by CityVariety Corporation.